สามีร้อยล้าน   บทที่ 5. หนีฉันไม่พ้นแล้วล่ะคุณสามี “ ไม่เคยนึกว่าหลังบ้านหลังนี้จะร่มรื่นขนาดนี้ ” โบตั๋นหันไปตามเสียงที่ได้ยิน   ชายชราวัยเจ็บสิบเอ่ยพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ๆ   หญิงสาวลุกขึ้นจากเปลญวนแล้วยิ้มเขิน “ ไม่รู้เจ้าของบ้านเขาจะว่าอะไรหรือเปล่า ” “ ทำไมละ ออกจะสวยแถมได้ประโยชน์ด้วย   นี่ผักและพืชสมุนไพรไม่ใช่เหรอ ”            “ ใช่ค่ะคุณปู่ ”   โบตั๋วเดินมาที่แปลงผักใกล้ๆ “ พริก , กะเพรา , โหรพา ผักที่ใช้ในครัวเป็นประจำ ปลูกง่ายโตไวไม่กี่สัปดาห์ก็นำมาปรุงอาหารได้แล้ว ส่วนตะไคร้นี่นอกจากจะนำมาทำอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วยังสามารถช่วยไล่ยุงให้ด้วยค่ะ ” “ ยอดเยี่ยมจริงๆ ” ชายชราเอ่ยชมด้วยแววตาจริงใจ “ คนบ้านนี้ก็แปลกไม่เห็นใครคิดจะทำอะไรแบบนี้เลย ” “ อาจจะมีคนคิดแต่ไม่กล้าทำก็ได้ค่ะ ”   โบตั๋วไหวไหล่น้อยๆ “ หนูอยู่ที่นี่จะสามอาทิตย์แล้วยังเจอเจ้าของบ้านไม่ครบทุกคนเลยค่ะ ” “ แสดงว่าหนูเป็นคนมือเย็นปลูกต้นไม้ขึ้น ” ยังไม่ทันที่โบตั๋นจะพูดอะไรต่อเสียงเอะอะก็ดังมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่เธอห...

ทรายพราวแสง บทที่ 3

  

ทรายพราวแสง

บทที่ 3

 

            โยษิตาเดินลากเท้าเอื่อยๆ เข้าในในออฟฟิศ รุ่นพี่ในที่ทำงานต่างก็ยุ่งกับหน้าที่ของตนเอง แค่รู้ว่าผู้ที่ผลักบานประตูเข้ามาคือเธอทุกคนก็หันมามองหญิงสาวด้วยแววตาประหลาดใจ            วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกระโปรงสีดำรองเท้าหุ้มส้นเข้าชุดกัน ผมเผ้าที่มักเป็นกระเซิงก็ถูกรวบดึงและขมวดเป็นมวยอย่างเรียบร้อยผิดกับทุกครั้งที่เข้ามาบรีฟงาน

            “ไปสมัครงานมาอีกแล้วเหรอหนูตา” เสียงห้าวๆ ของซุปเปอร์ไวเซอร์สาวหล่อถามขึ้นเรียกสติที่อ่อนล้าของเธอกลับมาก่อนเงยหน้าสบตากับเจ้าของเสียงที่ทักทาย

            “ค่ะพี่แน๊ต” เธอยิ้มบ้างๆ ให้รุ่นพี่ซึ่งเป็นสาวห้าวเต็มขั้นซอยผมสั้นรองทรงเหมือนผู้ชายรวมทั้งการแต่งตัวที่ดูยังไงก็แมนสุดๆ

            “พี่เข้าใจนะ…งานที่นี่มันก็แค่ทางผ่านของพวกเธอแต่ท่าจะเอาจริงเอาจังมันก็ได้นะ…ทำแบบนี้สักปีแล้วค่อยสมัครเป็น QC ก็ได้นิ”

            พี่แน๊ตหอบเอากองเอกสารที่ซีร๊อกส์เรียบร้อยแล้วมาวางตรงโต๊ะทำงาน โยษิตาเข้าไปช่วยจัดเรียงให้เหมือนทุกครั้ง เธอได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาของรุ่นพี่สาวมาดแมน เธอไม่ได้รังเกียจงาน ‘กรอกแบบสอบถาม’ หรือที่เรียกแบบสวยหรูว่า ‘วิจัยตลาด’ พวกนี้หรอกนะ แต่ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากทำงานตามสาขาวิชาที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาจนจบ

            แต่ก็เถียงพี่แน๊ตอีกไม่ได้เต็มปากเต็มคำอีกนั้นแหละว่างานแบบนี้เป็นเหมือน ‘ทางผ่าน’ ของเหล่านักศึกษาหารายได้พิเศษหรือแม้แต่บัณฑิตจบใหม่หมาดๆ ใบปริญญาก็ยังไม่ได้รับอย่างเธอ ถึงคราวเข้าตาจนถ้ามัวแต่เลือกงานอยู่แล้วพรุ่งนี้จะเอาอะไรกินเข้าไป    ยิ่งตัวเธอเองก็เปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัวนอกจากจะมีคุณยายอายุหกสิบเจ็ดแล้วตอนนี้ยังมีน้องสาววัยสิบขวบเพิ่มขึ้นมาให้เป็นภาระของเธออีก           

            ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่...บางที…เธออาจจะไม่ต้องลำบากขนาดนี้

            หรือ…ความลำบากมันรอให้เราเผชิญหน้ากับมัน...ไม่วันใดวันหนึ่งอยู่แล้ว

Thumbnail Seller Link

            หนูตาของพี่แน๊ตระบายลมหายใจเบาๆ อีกครั้งก่อนฝืนทำร่าเริง พลิกดูเอกสารที่เย็บเข้าชุดเสร็จแล้วซึ่งมีความหนาประมาณยี่สิบกว่าหน้ากระดาษเอสี่            

            “คราวนี้วิจัยอะไรคะ”      

            “น้ำมัน” พี่แน๊ตหันมายิ้มให้ดวงตาเป็นประกาย เฮ้อ…นี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่โยษิตาอยากหางานทำที่อื่นเหมือนกัน

            “น้ำมันพืชหรือน้ำมันใส่ผมคะพี่แน๊ตคิก...คิก”  

หญิงสาวตัวเล็กเหมือนเสียงเอ่ยถาม มินต์เป็นเพื่อนที่เข้าทำงานเดียวกับโยษิตาถ้านับอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันแต่ถ้าดูเรื่องการศึกษา เพื่อนสาวคนนี้เรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกับโยษิตาป่านนี้แล้วมินต์ยังเก็บหน่วยกิตได้เพียงครึ่งเดียวเอง แต่ก็ดูเหมือนเพื่อนสาวอารมณ์ดีที่มักจะมีเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก มินต์ก็เป็นคนหนึ่งทีต้องทำงานไปเรียนไปด้วยคล้ายๆ กับเธอ

“น้ำมันรถจ๊ะหนูมินต์” ไม่ว่ากับรุ่นน้องหญิงคนไหนพี่แน๊ตจะเรียกนำหน้าว่า ‘หนู’ เสมอ

“สำรวจความพอใจของผู้ใช้รถยนต์ โดยที่เราจะเข้าไปสอบถามผู้ที่เป็นผู้ขับขี่รถโดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถยนต์คันนั้นๆ ก็ได้ แต่ต้องเน้นที่ยี่ห้อของรถยนต์ต้องเป็นรถใหม่อายุไม่ถึงปีหนึ่งพอจะเข้าใจไหม”

“ค่ะพี่แน๊ต” โยษิตาตอบพลางพลิกเอกสารในมือ เมื่อสองเดือนก่อนก็ทำเรื่องรถยนต์แต่เป็นความพึ่งพอใจของการใช้รถและแนวโน้มที่จะเปลี่ยนรถใหม่ 

“งานนี้ต้องทำแบบแรนดอมลงตามบ้านรึเปล่าค่ะพี่แน๊ต มินต์ไม่ค่อยชอบเลย สวยๆ อย่างมินต์มีแต่คนขอเบอร์มือถือถามอะไรไม่ค่อยจะได้ความเลย คิก...คิก”

            มินต์หัวเราะคิกคักซึ่งเป็นท่าทางประจำของเธอแต่เรื่องที่เล่ามาไม่รับประกันความจริงเท่าไหร่นัก เพราะสาวหมวยคนนี้มักจะมีเรื่องประมาณนี้มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังอยู่บ่อยๆ ทั้งหนุ่มๆ ตามจีบทั้งคนมาชวนไปทำงานที่บริษัทใหญ่โตแต่ก็เห็นเธอทำงานกรอกแบบสอบถามอย่างนี้ไม่ได้ไปไหนกับใครเสียที

แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือว่างานประเภทแรนดอมสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายตามบ้านแม้จะไม่ค่อยปลอดภัยนักสำหรับสาวๆ เวลาได้งานประเภทนี้ ถึงไม่มีกฎของบริษัทแต่ทุกคนจะรู้หน้าที่ดีว่าจะต้องจับคู่เป็นบัดดี๊ทำงานด้วยกันห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด            

แต่สิ่งที่ได้เปรียบสำหรับคนที่ยังเรียนอยู่ก็คือการใส่ชุดนักศึกษาไปทำงาน เพราะอย่างน้อยที่สุด…เวลาที่พวกเธอเข้าไปเก็บข้อมูลจะไม่ถูกไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังไม่ได้อ้าปากอธิบายอะไรเพราะคิดว่าพวกเธอมาขายสินค้า

การสุ่มสำรวจเป้าหมายตามบ้านก็ไม่ใช่เรื่องง่าย                   บริษัทเป็นอย่างไรโยษิตาไม่รู้แต่สำหรับ บริษัท W.I.N.D แล้วมีกฎว่าถามหนึ่งหลังเว้นสี่หลัง ส่วนจะเป็นพื้นที่ไหนจังหวัดอะไรขึ้นอยู่กับพี่ซุปฯของแต่ละคนจับฉลากได้เขตไหนไปทำ            แม้จะร้อนและอันตรายไปบ้างแต่การทำวิจัยตลาดแบบนี้เป็นงานได้ค่าตอบแทนดีกว่าประเภทยืนตากแอร์เย็นๆ ในห้างสรรพสินค้าแล้วคอยสุ่มถามเอากับคนที่เดินผ่านไปมา แต่ไม่รู้ว่าเพราะพี่ซุปฯ ของโยษิตาเป็นพี่แน๊ตหรืออย่างไรไม่ทราบได้จึงมันได้แต่งานแรมดอมทุกที 

            “ถ้าเข้าใจแล้วแบ่งกันไปคนละสิบสองชุดนะ ใครได้เบ็นซ์,ซิวตรอง,ว่อลโล่,แล็กซัสหรือ BMW ก่อนให้โทรมาบอกพี่ด้วย  ไอ้ยี่ห้อตลาดๆ นะเอาไว้ที่หลังก็ได้”

            “สาธุขอให้เจอหนุ่มหล่อๆ รวยๆ ด้วยเถอะ!” สาวมินต์ทำท่ายกมือไหว้ท่วมหัว

            “อะไรยะเธอ” เพื่อนร่วมกลุ่มคนอื่นแซวเล่นพร้อมเสียงหัวเราะฮาครืน

            “อ้าว! ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าไปตีสนิทพวกคนรวยมีรถหรูขับไง เผื่อความสวยแบบหมวยๆ ของฉันจะเข้าตาไง คิก…คิก”

            “พูดให้มันเบาๆ หน่อยหนูมินต์ พูดเล่นได้แค่ตรงนี้ เกิดคิวซีฯได้ยินจะเรื่องใหญ่ เดี๋ยวจะเสียภาพพจน์บริษัทฯหมด แล้วหนูตาละ…ไหวนะ” พี่แน๊ตหันมาถามแสดงความเป็นห่วงอย่างออกนอกหน้า

            “ไม่มีปัญหานี่ค่ะ”

            โยษิตายิ้มบางๆ ที่มุม พี่แน๊ตโยกหัวเธอเบาๆ ไปมา  ปัญหาเรื่องงานนะไม่มีหรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่สิ่งที่พี่แน๊ตแสดงออกแบบนี้แล้วทำให้คนอื่นพลอยไม่ค่อยพอใจเธอไปด้วยนะซิ! เธอไม่ได้รังเกียจพี่แน๊ตที่เป็นสาวหล่อแต่ไม่คิดอะไรกับพี่แน๊ตมากกว่ารุ่นพี่กับรุ่นน้องที่ทำงานที่เดียวกัน แถมเธอยังโดนคนอื่นเขม่นเอาอีกมีบ่อยครั้งที่มีบางคนคิดว่างานที่เธออาจไม่ใช่ฝีมือเธอ

            “คิ้วชนกันแล้วนะยัยตา…คิดถึงหนุ่มๆ อยู่รึเปล่าคิก...คิก”

            “มีให้คิดถึงก็ดีซิ” หญิงสาวยิ้มแหย เฮ้อ…เอาเถอะ อย่างน้อยก็มี มินต์สาวหมวยเสียงเล็กที่ดูเป็นมิตรและจริงใจกับเธอมากกว่าใครที่สุดในตอนนี้   

เธอหยิบแบบฟอร์มสอบถามทั้งสิบสองชุดใส่ถุงผ้าของตัวเอง            แต่มีแฟ้มเอกสารที่ใส่สมัครงานนอนนิ่งอยู่ภายใน เธออดนึกถึงการสอบสัมภาษณ์ของวันนี้ที่ดูจะไม่ค่อยดีนักไม่ต้องคาดหวังเลยว่าจะได้กลับไปที่นั่นอีก ก่อนเข้าบ้านคงต้องหาซื้อหนังสือพิมพ์สมัครงานเล่มล่าสุดไปดูอีกแล้ว 

            โยษิตาเดินออกมาจากตึกบริษัทฯอย่างเหนื่อยๆ เห็นคนเขาแถวรอกด ATM ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าค่าแรงจากการทำงานพิเศษเข้าบัญชีแล้ว เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาพลิกดูรายการของใช้ในบ้านที่ต้องซื้อ แต่คุณยายละเอียดที่แสนน่ารักไม่ค่อยสนับสนุนให้เธอซื้อของตามห้างฯ แม้ว่าจะได้ราคาถูกกว่าทั้งสบู่,ยาสระผม, ผงซักฟอกหรืออะไรอีกจิปาถะเหล่านี้ คุณยายมักจะให้เธอซื้อที่ร้านของป้าแจ๋ว ร้านโชว์ห่วยที่อยู่ปากซอย ส่วนเรื่องอาหารการกินคุณยายเป็นคนจัดการให้เธอทั้งหมด 

            ถ้าใครจะว่าเธอเป็นหลานที่ไม่ได้เรื่องเลยก็ดูจะไม่ผิดนักก็งานบ้านงานเรือนไม่ค่อยถนัดเอาเสียเลย แม้แต่การทำอาหารก็ยังสู้รสมือของคุณยายไม่ได้ แต่กระนั้นคุณยายก็ไม่เคยดุว่าอะไรหลานสาวคนนี้สักครั้ง อาจเป็นเพราะเข้าใจที่หลานสาวคนนี้ต้องรับภาระทั้งเรียนและทำงานพิเศษไปพร้อมกัน

            “ฝนตกเมื่อไหร่นี่…แย่จังถนนแฉะไปหมดเลย”      

หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ นี่เดือนอะไรแล้วหนอฝนจึงมาทักทายอย่างนี้ ตั้งแต่เรียนจบมายังไม่เคยได้ไปเที่ยวพักผ่อนแบบคนอื่นเลยแถมตะลอนๆ หางานอีกต่างหาก แล้วไหนตอนนี้จะมีน้องสาวตัวเล็กเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ซึ่งดูเหมือนว่าแม่เด็กจะไม่ใส่ใจเอาเสียเลย นี้ก็เท่ากับว่าบ้านของเธอในเวลานี้มีผู้หญิงสามคนสามวัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน

            ปวดหัวจัง! โยษิตาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะปรึกษาใครและก็บ่นให้ใครฟังก็ไม่ได้ คงต้องลองโทรศัพท์ติดต่อไปทางป้าอำภาแม่ของน้องข้าวซอยดูอีกสักครั้งว่าจะมารับลูกสาววัยสิบขวบเมื่อไหร่

ขณะที่ยืนรอสัญญาณไฟจราจรเพื่อจะข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์ที่ฝั่งตรงข้าม รถยนต์คันหนึ่งก็แล่นผ่านด้วยความเร็วเบียดฟุตปาธจนน้ำที่เจิ่งนองกระเซ็นใส่ร่างของโยษิตาที่ยืนริมถนนอยู่พอดี

            “ว๊าย!”

            ไม่ใช่ใส่เธอที่ร้องกรี๊ดออกไปหรอก แต่เป็นคนที่ยืนใกล้ๆ เธอต่างหาก หญิงสาวหงุดหงิดกับพฤติกรรมกรี๊ดกร๊าดของผู้หญิงแบบนี้เหลือเกิน แต่ก็ได้แต่ยืนปลงแล้วพยายามเพ่งมองหมายเลขทะเบียนรถที่แล่นผ่านไป ทว่ารถคันนั้นก็ไปได้ไม่ไกลนักก่อนถอยพรืดมาจอดตรงบริเวณที่เกิดเหตุ กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติถูกเลื่อนลงปรากฏใบหน้าหญิงสาวสวยเฉี่ยวที่เบาะนั่งฝั่งข้างคนขับ แล้วธนบัตรสีม่วงก็ยื่นออกมานอกหน้าต่างรถ

            “ขอโทษที ฉันกำลังรีบ แค่นี้คงพอค่าซักรีดเสื้อผ้าราคาถูกของคุณนะ”

            ธนบัตรฉบับนั้นถูกหยิบไปทันทีและรถยนต์คันหรูก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว โยษิตาซึ่งเลอะเทอะมากที่สุดแต่หญิงสาวที่ร้องกรี๊ดเมื่อครู่รับไว้อย่างรวดเร็วแม้ปากจะก่นบ่นด่าอยู่ก็ตาม

            เอาเถอะ! โชคร้ายซะให้พอ พรุ่งนี้มันอาจจะเป็นวันดีๆ ได้ใครจะไปรู้ หญิงฝืนยิ้มให้กับตัวเองก่อนพาร่างเพรียวบางข้ามถนนเพื่อมุ่งไปสู่บ้านไม้สองชั้นในชุมชนสวนขวัญ อย่างน้อย…เธอก็มีบ้านให้กลับในทุกวัน.

 

Thumbnail Seller Link
ทรายพราวแสง
เพลงมีนา
www.mebmarket.com
ทิฐิที่มีทำให้สองหัวใจเดินทางสวนกันทั้งที่พร่ำเพรียกอย่างโหยหา แต่เมื่อรู้ตัวเขาก็ยอมรับจากก้นบึ้งของหัวใจว่าหากครั้งนี้เขาปล่อยมือคู่นี้ไปหัวใจเขาคง...
Get it now

ความคิดเห็น

นิยายยอดนิยม

คุณหมอจอมบงการ บทนำ

คุณหมอจอมบงการ บทที่ 5

คุณหมอจอมบงการ บทที่ 1

เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน บทที่ 5

ลิขิตรักในเพลิงทราย บทที่ 4

เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน บทที่ 1

คุณหมอจอมบงการ บทที่ 4

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย บทที่ 2

สามีร้อยล้าน ตอนที่ 5 หนีฉันไม่พ้นแล้วล่ะคุณสามี

ปฏิบัติการหัวใจคุณผียอดวุ่น ตอนที่ 5